บริหารจัดการอาคาร: 5 วิธีป้องกันน้ำไหลซึมเพดานและผนัง ตัดวงจรความชื้นก่อนฝ้าพัง-ราขึ้น ในช่วงที่ฝนฟ้าตกกระหน่ำบ่อยๆ คงหนีไม่พ้นอาการ "น้ำไหลซึมตามเพดานและผนังบ้าน" ใช่ไหมคะ? แรกเริ่มเดิมทีมันอาจจะมาแค่คราบน้ำด่างๆ สีน้ำตาลดวงเล็กๆ แต่เผลอแป๊บเดียวมันจะเริ่มขยายวงกว้าง ขอบปูนเริ่มลอกล่อน สีพองบวมเป็นขุย และสิ่งที่ตามมาติดๆ แบบหนีไม่พ้นก็คือ "คราบเชื้อราดำ" ที่ลอยฟุ้งทำลายสุขภาพทางเดินหายใจของลูกๆ และคนในบ้านค่ะ
5 วิธีป้องกันและสกัดกั้นน้ำไหลซึมเพดานและผนัง ฉบับวิศวกรแม่บ้านย่อยง่ายมาฝากกันค่ะ ก่อนที่บ้านจะกลายเป็นน้ำตกจำลอง ลองมาทำตามนี้กันดูนะคะ!
5 วิธีบล็อกความชื้น: ป้องกันน้ำไหลซึมเพดานและผนังอย่างได้ผล
1. อุดรอยแตกร้าวบนผนังภายนอกด้วย PU Sealant (พียู ซีลแลนท์) 🧱รอยร้าว
ต้นตอปัญหา: ผนังบ้านภายนอกที่ต้องตากแดดตากฝนตลอดเวลา มักจะเกิด รอยแตกร้าวลายงา (Hairline Cracks) หรือรอยแยกตามโครงสร้างเสาและคาน พอน้ำฝนสาดเข้ามาแรงๆ ผนังปูนจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ ดูดเอาน้ำฝนให้ซึมผ่านรอยแตกเข้ามาถึงผนังด้านในบ้านค่ะ
วิธีป้องกันและแก้ไข: ให้เดินสำรวจรอบบ้านวันแดดร่มลมตกค่ะ ถ้าเจอจุดไหนมีรอยแตกร้าวหนาเกิน 1-2 มิลลิเมตร ให้ใช้เคมีภัณฑ์ประเภท โพลียูรีเทน (PU Sealant) ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงมาก ยิงอุดโปะปิดรอยแตกเหล่านั้นให้เนียนสนิท ห้ามใช้ซิลิโคนธรรมดานะคะ เพราะทนแดดเมืองไทยไม่ได้ แป๊บเดียวก็กรอบหลุดค่ะ
2. สลัดความคิดทาสีธรรมดา เปลี่ยนมาใช้ "สีกันซึมดาดฟ้า/หลังคา" 🎨คราบน้ำ
ต้นตอปัญหา: สำหรับบ้านโมเดิร์นที่มีดาดฟ้าคอนกรีต หรือบ้านทาวน์โฮมที่มีสโลปเทปูนชนกำแพง หากปล่อยปูนเปลือยไว้ นานไปปูนจะเกิดการเสื่อมสภาพและเกิดรูพรุน ทำให้น้ำฝนขังชื้นและซึมดิ่งลงมาที่เพดานฝ้าชั้นล่างตรงๆ เลยค่ะ
วิธีป้องกันและแก้ไข: บนดาดฟ้าหรือระเบียงบ้าน ควรทำการทาเคมีภัณฑ์กันซึมประเภท อะคริลิกกันซึม (Waterproof) หรือโพลียูรีเทนทากันซึมทับหน้าปูนไปเลยอย่างน้อย 2-3 รอบ โดยทาให้เนื้อสีสโลปขนานขึ้นไปบนผนังด้วยประมาณ 10-15 เซนติเมตร (ทำเป็นขอบบัว) เพื่อบล็อกไม่ให้น้ำไหลซึมย้อนเข้าตามซอกพื้นค่ะ
3. ตรวจงานท่อน้ำทิ้งและยาแนวห้องน้ำชั้นบน (งานระบบสุขาภิบาล)
ต้นตอปัญหา: เพดานฝ้าชั้นล่างซึมบวม ทั้งๆ ที่หลังคาก็บังมิดชิด อาการนี้ร้อยละ 90 เกิดจากน้ำในห้องน้ำชั้นบนรั่วซึมค่ะ ทั้งจากร่องยาแนวกระเบื้องเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำซึมลงใต้แผ่นกระเบื้อง หรือเกิดจากข้อต่อท่อน้ำทิ้ง (Floor Drain) หลวมชำรุดค่ะ
วิธีป้องกันและแก้ไข: ตรวจเช็กร่องยาแนวในห้องน้ำสม่ำเสมอ ถ้าเริ่มหลุดร่อนให้รีบขูดออกแล้วยาแนวใหม่ด้วยสูตรกันเชื้อราและกันซึมด่วนๆ ค่ะ และหมั่นเปิดช่องเซอร์วิสใต้ฝ้าเพดานแง้มดูงานท่อน้ำทิ้งบ่อยๆ ว่ามีหยดน้ำเกาะตามข้อต่อไหม ถ้ามีต้องรีบแก้ท่อก่อนฝ้าจะเปื่อยทะลุค่ะ
4. เช็กจุดยุทธศาสตร์ "ปีกนกคริบปูน" รอยต่อชนหลังคา
ต้นตอปัญหา: จุดที่หลังคาบ้านไปชนเข้ากับผนังปูนตึกชั้นสอง มักจะเกิดรอยแยกจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของโครงสร้าง พอน้ำฝนไหลหลากลงมาจากผนังตึกสูง มันจะมุดเข้าตามซอกแนวรอยต่อนี้ทันที และไหลซึมซับดิ่งลงมาทั้งผนังและเพดานพังยับเยินเลยค่ะ
วิธีป้องกันและแก้ไข: ให้ช่างติดติดตั้ง แผ่นปิดรอยต่อกันซึมสำเร็จรูป (Flashband) ทาบสมานระหว่างตัวผนังปูนและกระเบื้องหลังคาให้แน่นหนา พร้อมฉาบปูนปีกนกคุมทับอีกชั้น และเช็กดูว่าปูนปีกนกเดิมร้าวไหม ถ้าเริ่มร้าวให้รีบสกัดซ่อมโปะเคมีภัณฑ์กันซึมสู้ฝนทันทีค่ะ
5. ติดตั้งและเคลียร์ "รางน้ำฝน" ไม่ให้อุดตันระบายน้ำทัน
ต้นตอปัญหา: มีรางน้ำฝนรอบหลังคาแต่แอบปล่อยปละละเลยจนเศษใบไม้ กิ่งไม้ ขยะ ลอยไปกองสะสมอุดตันตรงรูท่อน้ำทิ้ง พอฝนเทกระหน่ำลงมาหนักๆ มวลน้ำฝนระบายไม่ทัน ก็จะเอ่อล้นข้ามขอบรางย้อนกลับเข้าไปใต้เชิงชายและไหลซึมเข้าสู้ฝ้าเพดานและผนังบ้านด้านในอย่างดุเดือดค่ะ
วิธีป้องกันและแก้ไข: สละเวลาปีนขึ้นไป (หรือจ้างช่าง) เคลียร์ขยะและเศษใบไม้ในรางน้ำฝนออกให้เกลี้ยงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งก่อนเข้าหน้าฝนค่ะ และตรวจสอบความลาดเอียงของรางด้วยว่าน้ำไหลไปลงท่อได้ดีไม่มีน้ำขังค้างสะสมค่ะ